เกี่ยวกับเรา

ประวัติความเป็นมา

เหตุการณ์สำคัญในการเดินทางอันน่าทึ่งของสายการบินเอมิเรตส์

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ปี 1985 สายการบินเอมิเรตส์ได้ให้บริการเที่ยวบินแรกจากดูไบ ด้วยเครื่องบินเพียงสองลำ ได้แก่ โบอิ้ง 737 และแอร์บัส 300 B4 ซึ่งเป็นเครื่องบินแบบเช่าซื้อ

ในเวลานั้นและเช่นเดียวกับในปัจจุบัน เป้าหมายของเราคือคุณภาพ ไม่ใช่ปริมาณ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา จากก้าวเล็ก ๆ สู่สายการบินระดับภูมิภาค สายการบินเอมิเรตส์ในปัจจุบันได้พัฒนาเป็นกลุ่มบริษัทด้านการเดินทางและท่องเที่ยวที่ทรงอิทธิพลทั่วโลก ทั้งด้านมาตรฐานและคุณภาพบริการระดับสูงสุดในทุกธุรกิจที่เราดำเนินงาน

ด้วยจำนวนเครื่องบินกว่า 265 ลำ ขณะนี้เราให้บริการเที่ยวบินสู่เมืองปลายทางกว่า 155 เมืองใน 80 ประเทศทั่วโลก ในแต่ละสัปดาห์ มีเที่ยวบินของเอมิเรตส์บินออกจากดูไบเพื่อไปยังจุดหมายปลายทางต่าง ๆ ในหกทวีปกว่า 1,500 เที่ยว และเครือข่ายของเรากำลังขยายอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ คุณสามารถอ่านข้อมูลเพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้

2017

  • เอมิเรตส์ขอแนะนำจุดหมายปลายทางใหม่สามแห่งในเครือข่ายการเดินทางทั่วโลก ได้แก่ เมืองนวร์กผ่านเอเธนส์ พนมเปญและซาเกร็บ
  • เอมิเรตส์และ flydubai ได้ร่วมเป็นพันธมิตรใหม่ รวมทั้งได้ทำข้อตกลงในการใช้รหัสร่วมกันเพื่อขยายเส้นทาง ปรับตารางการบิน และเพิ่มประสิทธิภาพของเครือข่าย
  • เอมิเรตส์ขอต้อนรับเครื่องบิน A380 ลำที่ 100 ของเราที่ศูนย์ส่งมอบเครื่องบินของบริษัทผู้ผลิตในเมืองฮัมบูร์ก
  • ทั้งนี้ เอมิเรตส์ได้สั่งซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 787 Dreamliners จำนวน 40 ลำ ซึ่งมีมูลค่า 15.1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในงาน 2017 Dubai Airshow
  • เอมิเรตส์ขอแนะนำห้องรับรองผู้โดยสารที่ได้รับการปรับปรุงใหม่บนเครื่อง A380 ของสายการบินเอมิเรตส์
  • เอมิเรตส์ได้เปิดตัวการออกแบบตกแต่งภายในของเครื่องบิน B777 ใหม่ รวมทั้งห้องชุดส่วนตัวสำหรับผู้โดยสารชั้นหนึ่งแบบใหม่ในงาน 2017 Dubai Airshow
  • เอมิเรตส์ได้รับการยกย่องว่าเป็นสายการบินที่ดีสุดในโลก โดยได้รับรางวัล TripAdvisor Travelers’ Choice Awards for Airlines
  • เอมิเรตส์ได้รับรางวัลสี่รางวัลในงาน 2017 Business Traveller Awards และได้รับรางวัลสองรางวัลจากงาน ULTRAS 2017 Awards อันทรงเกียรติ รวมทั้งได้รับรางวัล Passenger choice award for Best Entertainment ในงาน 2017 APEX ด้วย
  • ทั้งนี้ เอมิเรตส์ได้รับรางวัล Passenger Choice Awards และรางวัล World’s Best Inflight Entertainment award เป็นปีที่ 13 ติดต่อกันในงานมอบรางวัล Skytrax World Airline Awards 2017
  • เอมิเรตส์ได้ปล่อยแคมเปญโฆษณาสำหรับห้องชุดส่วนตัวสำหรับผู้โดยสารชั้นหนึ่งที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ของสายการบิน นำแสดงโดย Jeremy Clarkson พิธีกรรายการทีวีและเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์
  • เอมิเรตส์ได้เปิดโรงเรียนสอนฝึกบินของเอมิเรตส์ (Emirates Flight Training Academy) ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้เป็นโรงเรียนที่ล้ำสมัยที่สุดในโลก

2016

  • เอมิเรตส์ได้รับชื่อเสียงจากการเป็นสายการบินที่ดีที่สุดในโลก และได้รับรางวัลสำหรับระบบความบันเทิงบนเที่ยวบินที่ดีที่สุดในโลกต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 จากงาน Skytrax World Airline Awards 2016
  • เอมิเรตส์ได้เปิดศูนย์บริการ SkyPharma แห่งใหม่ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ เพื่อให้บริการด้านการขนส่งเวชภัณฑ์ปลอดภัยเป็นพิเศษ
  • Jennifer Aniston พบเพื่อนใหม่และร่วมสำรวจชั้นประหยัดของเอมิเรตส์ในแคมเปญโฆษณาชิ้นที่สอง
  • Emirates Skywards ฉลองการดำเนินงานเป็นระยะเวลา 16 ปีร่วมกับสมาชิก 16 ล้านคน
  • เอมิเรตส์แนะนำ 6 เส้นทางใหม่สู่เครือข่ายทั่วโลกของเอมิเรตส์ ได้แก่ ย่างกุ้ง ฮานอย ยินฉวน เจิ้งโจว เซบูและคลาร์ก
  • มูลค่าของแบรนด์เอมิเรตส์เติบโต 17% โดยมีมูลค่าถึง 7.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
  • ในโซเชียลมีเดีย เอมิเรตส์เป็นสายการบินแห่งแรกของโลกที่มีผู้ติดตามใน Instagram หนึ่งล้านคนและใช้ชุดอำนวยความสะดวกแบบอินเตอร์แอคทีฟชุดแรกของโลก

2015

  • เอมิเรตส์ให้บริการเที่ยวบินไปยังโบโลญญา ออร์แลนโด มัชฮัด มูลตาน บามาโกและบาหลีทุกวัน และกลับมาให้บริการเที่ยวบินไปยังเออร์บิลใหม่
  • Jennifer Aniston ได้สัมผัสถึงความสะดวกสบายและความหรูหราของเอมิเรตส์ในแคมเปญโฆษณาชิ้นใหม่
  • เอมิเรตส์คว้ารางวัล 2015 APEX Passenger Choice Awards ถึง 7 รางวัล และได้รับรางวัลจาก Business Traveller Awards 4 รางวัล นอกจากนี้ยังได้รับรางวัลสำหรับระบบความบันเทิงบนเที่ยวบินของ Skytrax Award ต่อเนื่องเป็นปีที่ 11
  • เครื่อง A380 ของสายการบินเอมิเรตส์ และ Jetman Dubai ออกบินเหินฟ้าเพื่อร่วมแสดงการบินหมู่
  • ศูนย์บริการลูกค้าบนโซเชียลมีเดียของเอมิเรตส์เริ่มให้บริการเป็นภาษาอังกฤษและอาหรับตลอด 24 ชั่วโมง
  • เอมิเรตส์ลงนามในสัญญาสั่งซื้อเครื่องยนต์ A380 จำนวน 200 ชิ้นกับบริษัทโรลส์-รอยซ์เป็นมูลค่า 9.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
  • เอมิเรตส์เล็งเห็นมูลค่าของแบรนด์เติบโตขึ้นถึง 6.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน นอกจากนี้ สายการบินยังสามารถรักษาตำแหน่งในฐานะที่เป็นแบรนด์สายการบินที่มีมูลค่าสูงสุดในโลกได้เป็นอันดับต้น ๆ ต่อไป
  • เปิดใช้งานแอพของเอมิเรตส์สำหรับ Apple Watch
  • เอมิเรตส์ฉลองเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ของพนักงาน ด้วยทีมลูกเรือที่ปัจจุบันมีจำนวนมากถึง 20,000 คน

2014

  • เอมิเรตส์นำเครื่องบิน A380 ไปแสดงเป็นครั้งแรกที่อินเดียในงาน Hyderabad Air Show
  • เอมิเรตส์เปิดเที่ยวบินสู่บอสตัน จุดหมายปลายทางแห่งที่ 8 ในสหรัฐอเมริกา
  • เอมิเรตส์ได้รับตำแหน่ง “แบรนด์สายบินที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก”
  • เอมิเรตส์ขยายช่องทางโซเชียลมีเดียด้วยการเปิดตัว Twitter ที่เป็นทางการของสายการบิน
  • นักฟุตบอลระดับตำนานอย่างเปเล่ และคริสเตียโน โรนัลโด ปรากฏตัวในแคมเปญระดับโลกของเอมิเรตส์ในฐานะทูตทั่วโลกของสายการบิน เพื่อเชื่อมโยงแฟนกีฬาทั่วโลก
  • เอมิเรตส์เป็นสายการบินแรกที่ให้บริการเที่ยวบินด้วยเครื่อง A380 ที่ท่าอากาศยานลอนดอน แกตวิก

2013

  • เริ่มทำการบินสองเที่ยวทุกวันด้วยเครื่อง A380 ไปท่าอากาศยานปารีส ชาลส์เดอโกล และนิวยอร์ก จอห์น เอฟ เคนเนดี
  • อาคารเทียบเครื่องบิน A เปิดดำเนินการที่ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ ที่นี่คืออาคารเทียบเครื่องบินแห่งแรกของโลกซึ่งครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับ A380 และเป็นฐานที่ตั้งของเครื่อง A380 ของเอมิเรตส์
  • ลอนดอน ฮีทโธรว์กลายเป็นเส้นทางที่ทำการบินด้วย A380 ทั้งหมด หลังจากเริ่มทำการบินเที่ยวที่ห้าทุกวันด้วย A380
  • เอมิเรตส์เปิดตัวเลานจ์สายการบินแห่งที่ 35 ที่ท่าอากาศยานมิลาน มัลเปนซา
  • สายการบินแควนตัสและเอมิเรตส์เริ่มต้นเป็นพันธมิตรกัน โดยให้บริการเที่ยวบิน 98 เที่ยวบินทุกสัปดาห์ระหว่างดูไบและออสเตรเลีย

2012

  • เอมิเรตส์ร่วมเฉลิมฉลองการเปิดตัวเครื่อง 777 ลำที่ 1,000 กับบริษัทโบอิ้งที่ซีแอตเทิล เครื่องลำนี้ได้เข้าร่วมเป็นเครื่องบินลำดับที่ 102 ในฝูงบินโบอิ้ง 777 ของเอมิเรตส์ 
  • รีโอเดอจาเนโร บัวโนสไอเรส ดับลิน ลูซากา ฮาแรร์ ดัลลาส ซีแอตเทิล โฮจิมินห์ซิตี้ บาร์เซโลนา ลิสบอน และวอชิงตัน ได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายของเอมิเรตส์ รวมถึงเปิดตัวเที่ยวบินเฉพาะขนส่งสินค้าไปยังลีเกอ 
  • dnata เข้าเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน Travel Republic บริษัทท่องเที่ยวออนไลน์เอกชนรายใหญ่ที่สุดในสหราชอาณาจักร เป็นหนึ่งในธุรกรรมครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท 
  • Marhaba ฉลองครบรอบ 20 ปีและเปิดตัวรูปโฉมใหม่ 
  • ในส่วนกีฬาเทนนิส เอมิเรตส์เป็นสายการบินอย่างเป็นทางการของการแข่งขัน US Open และเป็นผู้สนับสนุนหลักของการแข่งขัน Emirates Airline US Open Series 
  • เอมิเรตส์เข้าเป็นผู้สนับสนุนทีมคริกเก็ต Deccan Chargers ของ Indian Premier League

2011

  • เอมิเรตส์ได้ทำการสั่งซื้อครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของโบอิ้ง โดยสั่งซื้อเครื่องบิน 777-300 ER จำนวน 50 ลำ มูลค่า 18,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คำสั่งซื้อยังรวมถึงตัวเลือกการสั่งซื้อ 777-300 ER จำนวน 20 ลำ มูลค่า 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
  • กลุ่มบริษัทเอมิเรตส์ทำกำไรเป็นประวัติการณ์ที่ 5,900 ล้านดีแรห์ม (1,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ในปีงบประมาณนี้
  • บาสรา เจนีวา โคเปนเฮเกน เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และแบกแดด ได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายของเอมิเรตส์ รวมถึงเปิดตัวเที่ยวบินเฉพาะขนส่งสินค้าไปยังเออร์บิล
  • เซี่ยงไฮ้ โจฮันเนสเบิร์ก มิวนิก และโรม ได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย A380 ของเอมิเรตส์
  • เอมิเรตส์ร่วมเป็นพันธมิตรและสายการบินอย่างเป็นทางการของ Real Madrid
  • เอมิเรตส์และ Victoria Racing Club ประกาศการทำสัญญาใหม่ในการเป็นผู้สนับสนุนห้าปี
  • Emirates SkyCargo ทำการบินเที่ยวบินขนส่งสินค้าซึ่งไม่ใช้กระดาษ 100 เปอร์เซ็นต์ครั้งแรกระหว่างไนโรบีและอัมสเตอร์ดัม
  • เอมิเรตส์ตกลงเป็นผู้สนับสนุน ‘Emirates Air Line’ เคเบิลคาร์ข้ามแม่น้ำเทมส์ของลอนดอน
  • AeroMobile ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือบนเที่ยวบินของเอมิเรตส์มีผู้ใช้ครบห้าล้านคน และเอมิเรตส์ได้เปิดตัวบริการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไร้สายสำหรับฝูงบิน A380
  • dnata เปิดตัวปรัชญาใหม่ของบริษัทและนำเสนอภาพลักษณ์แบรนด์ที่สดใหม่
  • dnata ประกาศถึงการลงทุนระดับโลกสำหรับอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกใหม่ จำนวน 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
  • dnata ได้รับดอกเบี้ย 50 เปอร์เซ็นต์จาก Wings Inflight Services ผู้ให้บริการจัดเตรียมอาหารในแอฟริกาใต้

2010

  • เอมิเรตส์ฉลองครบรอบ 25 ปี ช่วงเวลาหนึ่งในสี่ของศตวรรษแห่งความสำเร็จและการเติบโตอย่างยอดเยี่ยม
  • เปิดเส้นทางใหม่สู่โตเกียว, อัมสเตอร์ดัม, ปราก, อัล มาดินะฮ์ อัล มูเนาวะเราะฮ์, มาดริด และดาการ์ พร้อมกับเริ่มเที่ยวบินเฉพาะขนส่งสินค้าไปยังอัลมาตี, แบกแรม และคัมปินาส
  • กลุ่มบริษัทเอมิเรตส์มีผลกำไรเพิ่มขึ้นเป็น 4,200 ล้านดีแรห์ม (1,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ในปีงบประมาณซึ่งสิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2010
  • เอมิเรตส์สั่งซื้อ A380 เพิ่ม 32 ลำในงาน Berlin Air Show พร้อมกับเครื่องยนต์ GP7200 จาก Engine Alliance บริษัทยังสั่งซื้อ B777-300ER เพิ่ม 30 ลำที่งาน Farnborough Air Show
  • เอมิเรตส์ร่วมเฉลิมฉลองในฐานะพันธมิตรอย่างเป็นทางการของการแข่งขันฟุตบอลโลก FIFA World Cup ที่แอฟริกาใต้
  • Emirates SkyCargo ทำการบินโดยไม่ใช้กระดาษเที่ยวบินแรกระหว่างมอริเชียสและดูไบ โดยการจัดส่งทั้งหมดดำเนินการแบบอิเล็กทรอนิกส์
  • Emirates SkyCargo สร้างสถิติโดยทำการบินขนส่งสินค้าแบบไม่หยุดพักยาวนานที่สุด คือ 17.5 ชั่วโมงระหว่างซิดนีย์และนิวยอร์ก
  • dnata เข้าซื้อ Mercator Asia ในประเทศไทย นับเป็นบริษัทลูกด้านเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งแรกในต่างประเทศ
  • dnata ผู้ให้บริการภาคพื้นได้ต้อนรับเที่ยวบินพาณิชย์เที่ยวบินแรกที่ลงจอด ณ ท่าอากาศยานนานาชาติอัล มัคตูม ส่วนหนึ่งของดูไบ เวิล์ด เซ็นทรัลใหม่
  • dnata ได้เปิดตัว "ศูนย์ควบคุมการจัดการสัมภาระ" อย่างเป็นทางการสำหรับอาคารผู้โดยสารทั้งสามแห่งของท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ
  • dnata ได้เป็นผู้ให้บริการจัดเตรียมอาหารที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 4 ของโลกหลังจากเข้าซื้อ Alpha Flight Group Ltd.
  • Emirates Skywards ซึ่งมีสมาชิกห้าล้านคนฉลองปีที่ 10 ด้วยโปรแกรมรูปโฉมใหม่และดียิ่งขึ้น

2009

  • dnata เข้าดำเนินการจัดการภาคพื้นที่ท่าอากาศยานชั้นนำสองแห่งของสหราชอาณาจักรคือ ท่าอากาศยานลอนดอน ฮีทโธรว์และท่าอากาศยานแมนเชสเตอร์
  • dnata เปิดร้านสินค้าท่องเที่ยวแบบครบวงจรแห่งแรกที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติในกรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถาน
  • เอมิเรตส์เริ่มทำการบินสู่เดอร์บันและลูอันดา
  • เอมิเรตส์เริ่มทำการบินด้วยเครื่องแอร์บัส A380 ในเส้นทางซิดนีย์ โอ๊คแลนด์ กรุงเทพ โตรอนโต และโซล
  • เอมิเรตส์กลายเป็นผู้ให้บริการด้วยโบอิ้ง 777 รายใหญ่ที่สุดในโลกเมื่อได้รับมอบเครื่องบิน B777 ลำที่ 78
  • โวลแกน วัลเลย์ รีสอร์ทแอนด์สปา รีสอร์ตแนวอนุรักษ์แห่งแรกของออสเตรเลีย และโรงแรมและรีสอร์ทแห่งแรกนอกดูไบของเอมิเรตส์ได้ต้อนรับผู้เข้าพักกลุ่มแรก
  • Arsenal Soccer Schools Dubai ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่างสายการบินเอมิเรตส์และ Arsenal ได้เริ่มเปิดดำเนินการ
  • dnata ฉลองครบรอบ 50 ปีที่งาน Dubai Airshow
  • อัล มาฮา เดสเสิร์ท รีสอร์ทแอนด์สปาฉลองครบ 10 ปี
  • Premier Inn ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่างกลุ่มบริษัทเอมิเรตส์และ Whitbread plc เปิดโรงแรมแห่งที่สองในดูไบที่ซิลิคอน โอเอซิส
  • ผู้โดยสารคนที่หนึ่งล้านของสายการบินเอมิเรตส์ใช้โทรศัพท์มือถือของตนเองบนเครื่องบินซึ่งมีระบบ AeroMobile
  • แคมเปญโฆษณาทางโทรทัศน์ที่ใหญ่ที่สุดของเอมิเรตส์ “Meet Dubai” ออกฉายทั่วโลก
  • เอมิเรตส์เปิด Community Health Education Society (CHES) บ้านสำหรับเด็กติดเชื้อ HIV ในเชนไน ประเทศอินเดีย

2008

  • dnata เข้าซื้อหุ้น 23% ของบริษัทการเดินทางเพื่อธุรกิจระดับโลก Hogg Robinson Group (HRG) ซึ่งเป็นหุ้นส่วนที่ใหญ่ที่สุดของบริษัท ทำให้ dnata สามารถเข้าถึงเครือข่าย 120 ประเทศ
  • dnata ซื้อหุ้น 49% ของ Mind Pearl องค์กรจัดจ้างภายนอกเพื่อศูนย์ติดต่อระดับโลก ซึ่งส่งผลให้ dnata ขยายครอบคลุมทั้งสามทวีปในการให้บริการจัดจ้างภายนอกเพื่อศูนย์ติดต่อ
  • ฝ่ายจัดการคลังสินค้าของ dnata ร่วมมือกับ Kanoo ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และ SDV International Logistics จากฝรั่งเศส เพื่อสร้าง Freightworks หนึ่งในผู้บริการโลจิสติกส์ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
  • บริษัทได้ย้ายไปที่สำนักงานใหญ่แห่งใหม่มูลค่าหลายล้านดอลลาร์ของกลุ่มบริษัทเอมิเรตส์
  • อาคารผู้โดยสาร 3 ซึ่งให้บริการสำหรับสายการบินเอมิเรตส์โดยเฉพาะเปิดทำการในเดือนตุลาคม และภายในหนึ่งเดือนมีผู้โดยสาร 500,000 คนทำการบินออกจากอาคารผู้โดยสาร
  • Emirates SkyCargo เริ่มดำเนินการจาก Mega Terminal ใหม่ของ Dubai Cargo Village โดยสามารถขนส่งสินค้าได้ 1.2 ล้านตันต่อปี
  • เที่ยวบินแรกสู่ลอสแอนเจลิสของเอมิเรตส์ลงจอด รวมถึงเริ่มทำการบินสู่ซานฟรานซิสโกและเคปทาวน์
  • เอมิเรตส์เป็นสายการบินนานาชาติแห่งแรกที่ให้บริการโทรศัพท์มือถือบนเที่ยวบิน
  • เอมิเรตส์รับมอบ A380 สามลำและสร้างประวัติศาสตร์ในการบินเมื่อเครื่อง A380 ลำแรกลงจอดที่นิวยอร์ก
  • ลูกเรือคนที่ 10,000 เข้าร่วมทีมของสายการบินเอมิเรตส์
  • 7he Sevens ศูนย์กีฬาแห่งใหม่ของเอมิเรตส์ได้ต้อนรับผู้เข้าชมเป็นประวัติการณ์ในการแข่งขัน Emirates Airline Dubai Rugby Sevens

2007

  • dnata เข้าสู่ตลาดยุโรปเป็นครั้งแรกด้วยการเข้าซื้อ Jet Aviation Handling AG บริษัทจัดการเกี่ยวกับสนามบินในกลุ่มบริษัท Jet Aviation จากสวิตเซอร์แลนด์
  • เอมิเรตส์ทำให้โลกต้องตกตะลึงด้วยการทำสัญญาซื้อเครื่องแอร์บัส A350 จำนวน 120 ลำ, A380 จำนวน 11 ลำ และโบอิ้ง 777-330ER จำนวน 12 ลำ มูลค่าประมาณ 34,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในงาน Dubai Air Show
  • เปิดตัวศูนย์วิศวกรรมและหน่วยทดสอบเครื่องยนต์แห่งใหม่อย่างเป็นทางการ
  • เอมิเรตส์ ฮาร์เบอร์ โฮเทลแอนด์เรสซิเดนซ์ และโรงแรมมารีนาเปิดให้บริการ
  • เปิดเที่ยวบินตรงครั้งแรกระหว่างตะวันออกกลางและอเมริกาใต้โดยเพิ่มเซาเปาโลเข้าสู่เครือข่าย
  • ฝ่ายจัดเตรียมอาหารบนเที่ยวบินของเอมิเรตส์เริ่มดำเนินการ ณ ที่ทำการใหม่มูลค่า 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ

2006

  • เอมิเรตส์ทำสัญญาซื้อเครื่องโบอิ้ง 747-8F จำนวน 10 ลำ มูลค่า 3,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
  • เอมิเรตส์ทำข้อตกลงเป็นพันธมิตรมูลค่า 195 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ กับ FIFA สหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ และยังซื้อสิทธิ์ในการฉายการแข่งขันทุกนัดของฟุตบอลโลกที่เยอรมนีบนเที่ยวบิน
  • Arsenal แข่งนัดแรกที่สนามกีฬาเอมิเรตส์ใหม่
  • เชค อาห์เมดกล่าวว่า สายการบินเอมิเรตส์คือหัวใจของการลงทุนด้านการบินและอวกาศมูลค่า 300,000 ล้านดีแรห์มของดูไบ
  • Emirates SkyCargo ลงนามสั่งซื้อเครื่องโบอิ้ง 747-8F จำนวน 10 ลำ มูลค่า 2,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

2005

  • กลุ่มบริษัทสายการบินเอมิเรตส์มีพนักงานรวมกัน 25,000 คนจาก 124 ประเทศทั่วโลก โดยเป็นนายจ้างรายใหญ่ที่สุดในดูไบ
  • จำนวนผู้โดยสารที่เดินทางยังคงเพิ่มขึ้นโดยปีนี้มีจำนวน 12.5 ล้านคน
  • เอมิเรตส์สั่งซื้อเครื่องโบอิ้ง 777 จำนวน 42 ลำ มูลค่า 9,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นคำสั่งซื้อโบอิ้ง 777 สูงที่สุดในประวัติศาสตร์

2004

  • เอมิเรตส์สั่งซื้อเครื่องโบอิ้ง 777-300ER จำนวนสี่ลำ พร้อมตัวเลือกการสั่งซื้อเก้าลำ มูลค่า 2,960 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
  • ฝูงบินของ SkyCargo เพิ่มเครื่องแอร์บัส A310-300 สามลำจากเดิมที่มีเครื่องโบอิ้ง 747 จำนวนหกลำ
  • เอมิเรตส์ทำการบินสู่อเมริกาเหนือเป็นครั้งแรก โดยบินตรง 14 ชั่วโมงสู่ท่าอากาศยานจอห์น เอฟ เคนเนดี้ของนิวยอร์ก นี่ถือเป็นเที่ยวบินขนส่งผู้โดยสารที่บินตรงเที่ยวบินแรกจากตะวันออกกลางสู่อเมริกาเหนือ ทวีปที่คุณฟลานาแกนได้อธิบายไว้ว่าในแง่ของการบินแล้ว ถือว่ามีความสำคัญที่สุดในโลก
  • เอมิเรตส์ได้ลงนามสัญญา 100 ล้านปอนด์กับทีม Arsenal ในพรีเมียร์ชิปของอังกฤษ ซึ่งรวมถึงสิทธิ์ในการระบุชื่อในสนามกีฬาใหม่เป็นเวลา 15 ปี และเป็นผู้สนับสนุนเสื้อทีมเป็นเวลาแปดปี เริ่มตั้งแต่ฤดูกาลปี 2006/07
  • dnata เปิดจุดให้บริการท่องเที่ยวระดับภูมิภาคแห่งแรกในคูเวต

2003

  • CAE และเอมิเรตส์ร่วมกันเปิดศูนย์ฝึกอบรมการบินเอมิเรตส์มูลค่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งมีเครื่องจำลองการบินเต็มรูปแบบจำนวนมาก
  • เอมิเรตส์ช็อคอุตสาหกรรมการบินในงาน Paris Air Show ด้วยมูลค่าการสั่งซื้อสูงสุดในประวัติศาสตร์การบินพาณิชย์ ด้วยการสั่งซื้อเครื่องบิน 71 ลำที่มีมูลค่า 19,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อันน่าตกตะลึง
  • เริ่มเที่ยวบินทุกวันจากดูไบไปซิดนีย์ด้วยเครื่อง A340-500 ลำแรกที่เข้าร่วมฝูงบิน
  • A340-500 มาพร้อม ice ระบบความบันเทิงบนเที่ยวบินใหม่ ซึ่งนำเสนอช่องรายการ 500 ช่องในทุกชั้นโดยสาร และทุกที่นั่งยังมีโทรศัพท์
  • หลังจากให้บริการกับผู้โดยสาร 8.5 ล้านคนซึ่งเพิ่มขึ้น 26% สายการบินเอมิเรตส์มีผลกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าทึ่งคือ 94 เปอร์เซ็นต์ จาก 468 ล้านดีแรห์มเป็น 907 ล้านดีแรห์ม
  • dnata มีโลโก้ใหม่ของบริษัท คือลูกโลกอยู่เหนือรันเวย์มีสไตล์ในรูปแบบเส้นโค้งสีเขียว

2002

  • ผู้โดยสารสี่ล้านคนลงคะแนนในแบบสำรวจทางอินเทอร์เน็ตของ Skytrax และเอมิเรตส์ได้รับตำแหน่งสายการบินแห่งปีอีกครั้ง
  • จำนวนผู้โดยสารทั่วโลกลดลงสี่เปอร์เซ็นต์ แต่ตัวเลขของเอมิเรตส์เพิ่มขึ้น 18.3 เปอร์เซ็นต์เป็น 6.8 ล้านคน
  • การขนส่งสินค้าทั่วโลกลดลงเก้าเปอร์เซ็นต์ แต่เอมิเรตส์เพิ่มขึ้น 19.5 เปอร์เซ็นต์เป็น 400,000 ตัน
  • กลุ่มบริษัทประกาศลงทุนสร้างคอมเพล็กซ์โรงเก็บเครื่องบินแห่งใหม่ที่ศูนย์วิศวกรรมของเอมิเรตส์ มูลค่า 275 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

2001

  • เปิดตัว Emirates SkyCargo Centre ซึ่งสามารถรองรับได้ถึง 400,000 ตันต่อปี
  • เอมิเรตส์เซ็นสัญญามูลค่า 24 ล้านปอนด์เพื่อให้การสนับสนุนสโมสรฟุตบอล Chelsea ในพรีเมียร์ชิปของอังกฤษเป็นเวลาสี่ปี
  • จากการสำรวจผู้โดยสารสายการบิน 2.7 ล้านคนโดย Skytrax Research สายการบินเอมิเรตส์ได้รับการโหวตให้เป็นสายการบินแห่งปี
  • เอมิเรตส์รับมอบเครื่องแอร์บัส A330-200 ลำที่ 18 และสั่งซื้อเพิ่มอีกสองลำ ทำให้เอมิเรตส์เป็นผู้ทำการบินด้วย A330 รายใหญ่ที่สุดในโลก
  • จากเหตุการณ์วันที่ 11 กันยายนซึ่งทำให้คู่แข่งมีสถานะซวนเซ ส่วนบริษัทโบอิ้งและแอร์บัสมีอำนาจการต่อรองที่อ่อน เอมิเรตส์ทำให้โลกต้องตกตะลึงด้วยการประกาศสั่งซื้อเครื่อง A380 จำนวน 15 ลำ, A340-600 จำนวน 8 ลำ, A330 จำนวน 3 ลำ และโบอิ้ง 777 จำนวน 25 ลำ มูลค่า 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

2000

  • อาคารผู้โดยสารเชค ราชิดเปิดทำการ เพิ่มความสามารถในการรองรับผู้โดยสารของท่าอากาศยานนานาชาติดูไบเป็น 22 ล้านคนต่อปี
  • เปิดตัว Emirates Skywards โปรแกรมสะสมไมล์
  • เชค อาห์เมดได้ประกาศว่ารัฐบาลดูไบจะลงทุนสร้างอาคารผู้โดยสาร 3 ใหม่มูลค่า 500-600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยจะสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 20 ล้านคนต่อปี
  • เอมิเรตส์เป็นสายการบินแรกที่ลงนามสั่งซื้อเครื่องแอร์บัส A380 โดยสั่งซื้อจำนวนเจ็ดลำ พร้อมตัวเลือกการสั่งซื้อเพิ่มอีกห้าลำที่งาน Farnborough Air Show
  • เอมิเรตส์ซื้อเครื่องโบอิ้ง 777-300 เพิ่มอีกหกลำ
  • คุณฟลานาแกนได้รับตำแหน่ง Commander ของ British Empire

1999

  • เอมิเรตส์เข้าสู่ตลาดโรงแรมโดยเปิดตัวอัล มาฮา เดสเสิร์ท รีสอร์ทแอนด์สปา
  • แอรบัส A330-200 รุ่นใหม่ลำแรกจาก 17 ลำเดินทางมาถึงดูไบ
  • พนักงานของกลุ่มบริษัทเอมิเรตส์มีจำนวนรวม 11,000 คน
  • dnata เข้าสู่ตลาดการให้บริการที่สนามบินของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเปิดตัว dnata Philippines Inc.
  • สายการบินเอมิเรตส์ใช้ประโยชน์จากความสัมพันธ์ที่แนบแน่นขึ้นระหว่างสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และออสเตรเลีย และได้เพิ่มเส้นทางการบินสู่ซิดนีย์ บริสเบน และเพิร์ธ นอกเหนือจากเมลเบิร์น
  • เอมิเรตส์ให้การสนับสนุน Melbourne Cup การแข่งม้าที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรเลีย และให้การสนับสนุนทีมคริกเก็ตของออสเตรเลียในการแข่งเวิลด์คัพ
  • ลวดลายของฝูงบินเอมิเรตส์ได้รับการปรับปรุงด้วยดีไซน์ที่ทันสมัยและกระฉับกระเฉง
  • ผู้โดยสารที่เดินทางมายังท่าอากาศยานนานาชาติดูไบมีจำนวนถึง 11 ล้านคน

1998

  • สายการบินเอมิเรตส์เพิ่มความสามารถในการให้บริการอีก 26 เปอร์เซ็นต์พร้อมกับที่จำนวนผู้โดยสารแตะ 3.7 ล้านคน ส่วนระดับการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้นที่ 200,000 ตัน
  • กลุ่มบริษัทถือหุ้น 43 เปอร์เซ็นต์ใน Air Lanka ซึ่งได้รับการเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น SriLankan
  • สายการบินเอมิเรตส์ได้รับการโหวตให้เป็นสายการบินที่ดีที่สุดในโลกจากรางวัล OAG อันทรงเกียรติ
  • อาคารผู้โดยสาร 2 มูลค่า 540 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ของท่าอากาศยานนานาชาติดูไบเปิดทำการ

1997

  • เอมิเรตส์สั่งซื้อเครื่องแอร์บัส A330-200 จำนวน 16 ลำ มูลค่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
  • สายการบินเอมิเรตส์ท้าทายราคาเชื้อเพลิงที่สูงอีกครั้งโดยทำกำไรเป็นประวัติการณ์เมื่อจำนวนผู้โดยสารขึ้นไปถึงสามล้านคน และการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้นเป็น 150,000 ตัน
  • เอมิเรตส์รับมอบเครื่องโบอิ้ง 777-200 จำนวนหกลำ เพิ่มความสามารถใหม่ในการบินระยะไกลของสายการบิน

1996

  • สายการบินรับมอบเครื่องโบอิ้ง 777-200 ลำแรกและเป็นสายการบินแรกที่ฉายวิดีโอสดของการนำเครื่องขึ้นและลงจอด เที่ยวบินแรกสู่ลอนดอนตามมาด้วยเที่ยวบินปฐมฤกษ์ของเอมิเรตส์ไปเมลเบิร์น
  • เอมิเรตส์เป็นผู้สนับสนุนหลักของดูไบ เวิลด์ คัพ การแข่งม้าที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก

1995

  • ในช่วงเวลาที่สายการบินเฉลิมฉลองวันเกิดครบ 10 ปี เอมิเรตส์มีฝูงบินซึ่งทำการบินไปยังปลายทาง 34 แห่งในตะวันออกกลาง ตะวันออกไกล และยุโรป
  • เอมิเรตส์เข้าสู่ตลาดแอฟริกาโดยทำการบินสู่โจฮันเนสเบิร์ก ไนโรบี และเคนยา
  • เป้าหมายของเชค อาห์เมดที่ต้องการให้มีชาวเอมิเรตส์มาทำงานกับสายการบินเอมิเรตส์เพิ่มขึ้นเริ่มเป็นรูปร่างเมื่อนักบินกลุ่มแรกจบโปรแกรมฝึกอบรมของเอมิเรตส์
  • ศูนย์ฝึกอบรมการบินของเอมิเรตส์เปิดดำเนินการ

1994

  • เอมิเรตส์เป็นสายการบินแรกที่มีเครื่องอำนวยความสะดวกในการส่งโทรสารบนเที่ยวบินในฝูงบินแอร์บัส

1993

  • เอมิเรตส์เป็นสายการบินแรกที่นำระบบโทรคมนาคมมาใช้บนเครื่องแอร์บัสสำหรับชั้นโดยสารทั้งสามชั้น

1992

  • เอมิเรตส์เป็นสายการบินแรกที่ติดตั้งระบบวิดีโอในทุกที่นั่ง ทุกชั้นโดยสาร บนเครื่องบินทุกลำในฝูงบิน
  • เอมิเรตส์โน้มน้าวรัฐบาลฝรั่งเศสให้อนุญาตให้สายการบินเอมิเรตส์บินสู่ปารีส
  • อาคารผู้โดยสารเฉพาะสำหรับสายการบินเอมิเรตส์มูลค่า 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เปิดทำการที่ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ
  • เอมิเรตส์เป็นสายการบินแรกที่สั่งซื้อเครื่องจำลองการบินเต็มรูปแบบของแอร์บัสมูลค่า 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

1991

  • ในวันที่ 17 มกราคม สายการบินเอมิเรตส์ระงับการบินเป็นเวลาหลายชั่วโมงเนื่องจากการรบเพื่อปลดปล่อยคูเวตได้เริ่มต้นขึ้น ฝูงบินกลับมาทำการบิน และเอมิเรตส์ยังคงให้บริการตามปกติ 90 เปอร์เซ็นต์ในเดือนแรกของความขัดแย้ง
  • ในที่สุดเอมิเรตส์ก็สามารถบินสู่ศูนย์กลางการคมนาคมระหว่างประเทศที่คับคั่งที่สุดในโลก นั่นคือลอนดอน ฮีทโธรว์
  • หลังจากได้รับเครื่องแอร์บัส A300-600R อีกลำไม่นาน ซึ่งรวมเป็นทั้งหมดเก้าลำในฝูงบิน เอมิเรตส์ได้สั่งซื้อโบอิ้ง 777 อีกเจ็ดลำ พร้อมตัวเลือกการซื้อเพิ่มอีกเจ็ดลำ มูลค่า 64.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
  • ในช่วงเวลาที่สายการบินเฉลิมฉลองครบหกปี เราให้บริการผู้โดยสาร 25,000 คนต่อสัปดาห์เดินทางไปยังจุดหมาย 23 แห่ง

1990

  • เชค อาห์เมดลงนามสั่งซื้อเครื่องแอร์บัส A310-300 อีกสามลำในงาน Asean Aerospace Exhibition ที่สิงคโปร์
  • เอมิเรตส์ท้าทายแนวโน้มของอุตสาหกรรมและขยายตัวอย่างต่อเนื่องแม้จะเกิดเหตุการณ์ที่อิรักบุกคูเวต และเพิ่มแมนเชสเตอร์เข้าสู่ตารางการบิน

1989

  • เพิ่มเที่ยวบินสู่สิงคโปร์ มะนิลา และกรุงเทพมหานคร

1988

  • เอมิเรตส์เพิ่มดามัสกัสลงในเครือข่ายเส้นทาง เราจึงมีจุดหมายปลายทางทั้งหมด 12 แห่งภายในเวลาเพียง 38 เดือนที่ทำธุรกิจ

1987

  • บรรลุข้อตกลงในการบินสู่ท่าอากาศยานแกตวิคในลอนดอน รวมถึงอิสตันบูล แฟรงก์เฟิร์ต และมาเล่ เมืองหลวงของมัลดีฟส์
  • ในวันที่ 3 กรกฎาคม A6-EKA บินจากตูลูสสู่ดูไบ ซึ่งเป็นการรับมอบเครื่องบินที่ซื้อลำแรกของเอมิเรตส์
  • แอร์บัส A310-304 ได้รับการออกแบบตามรายละเอียดจำเพาะที่เอมิเรตส์ต้องการ ทำให้สายการบินมีโอกาสทำตามความมุ่งมั่นในการมอบประสบการณ์การบินที่เหนือกว่าคู่แข่ง

1986

  • เครือข่ายเติบโตขึ้นพร้อมกับได้รับสิทธิ์ทำการบินเข้าสู่อัมมาน โคลัมโบ ไคโร และดาห์กะ
  • การลงทุนสำหรับโครงสร้างพื้นฐานและค่าใช้จ่ายในการขยายตัวทำให้เอมิเรตส์มีผลดำเนินการขาดทุนซึ่งเป็นเพียงครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ของสายการบิน

1985

  • เชค โมฮัมเหม็ดแนะนำคุณฟลานาแกนกับเชค อาห์เมด บิน ซาอีด อัล มัคตูม ผู้ซึ่งเป็นท่านลุงและอนาคตประธานกรรมการสายการบินเอมิเรตส์
  • คุณฟลานาแกนเริ่มภารกิจอันทะเยอทะยานในการเปิดตัวสายการบินด้วยทุน 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในห้าเดือน
  • เชค อาห์เมดและทิม คลาร์ก อนาคตประธาน เข้าร่วมทีมกับคุณฟลานาแกน
  • สายการบินปากีสถาน อินเตอร์เนชั่นแนลตกลงให้สายการบินเอมิเรตส์เช่าเครื่องบินสองลำพร้อมกับลูกเรือ
  • บรรลุข้อตกลงทำการบินสู่การาจี นิวเดลี และบอมเบย์
  • ในวันที่ 25 ตุลาคม เที่ยวบิน EK600 ออกเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติดูไบตรงสู่การาจี
  • เชค โมฮัมเหม็ดมอบเครื่องโบอิ้ง 727-200 สองลำเป็นของขวัญให้แก่สายการบิน

1984

  • เชค โมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัล มัคทูมและคุณฟลานาแกนพูดคุยถึงการเปิดตัวสายการบินในดูไบ
  • คุณฟลานาแกนเป็นหนึ่งในทีมงานจำนวน 10 คนซึ่งจัดทำแผนธุรกิจของสายการบินใหม่ ซึ่งอาจจะมีชื่อว่าสายการบินดูไบหรือสายการบินเอมิเรตส์
  • เชค โมฮัมเหม็ดเลือกชื่อเอมิเรตส์ และตัดสินใจสร้างสายการบินขึ้นจาก dnata ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายให้กับสายการบิน 25 แห่งอยู่แล้ว

1978

  • คุณเมาริซ ฟลานาแกนย้ายมายังดูไบเพื่อเป็นผู้อำนวยการและผู้จัดการทั่วไปของ dnata

1960

  • เชค ราชิด บิน ซาอีด อัล มัคตูม เปิดท่าอากาศยานและวางนโยบายน่านฟ้าเสรีที่สร้างสรรค์

1959

  • dnata ก่อตั้งขึ้นโดยรัฐบาลดูไบโดยมีพนักงานเพียงห้าคนเพื่อให้บริการจัดการภาคพื้นดินที่ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบใหม่